จอมพล แปลก พิบูลสงคราม
 
(แปลก ขีตตะสังคะ)
 
๑๖ ธันวาคม ๒๔๘๑ - ๒๒ สิงหาคม ๒๔๘๔
 
ประวัติ
 
ชื่อเดิม แปลก ขีดตะสังคะ
เกิดเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๔๔๐
ณ บ้านแพ ปากคลองบางเขน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
เป็นบุตรของนายขีด กับนางสำอาง ขีดตะสังคะ
สมรสกับท่านผู้หญิงละเอียด (พันธุ์กระวี)
ถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคหัวใจวาย ณ บ้านพักที่ตำบลซากามิโอโน ซานกรุงโตเกียว เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๐๗ รวมอายุได้ ๖๗ ปี
 
การศึกษา
 
โรงเรียนกลาโหมอุทิศ วัดเขมาภิรตาราม จังหวัดนนทบุรี
โรงเรียนนายร้อยทหารบก
โรงเรียนเสนาธิการ
โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ประเทศฝรั่งเศส
 
ประวัติการทำงาน
 
พ.ศ.๒๔๖๒ ประจำกรมทหารบกปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์
พ.ศ.๒๔๖๖ ประจำกรมยุทธศาสตร์ทหารบก
พ.ศ.๒๔๗๕ รองผู้บังคับการทหารปืนใหญ่
พ.ศ.๒๔๗๖ รองผู้บัญชาการทหารบก และรองผู้บังคับการมณฑลทหารราบที่ ๑
พ.ศ.๒๔๘๓ ผู้บัญชาการทหารบก
พ.ศ.๒๔๘๓ ผู้บัญชาการหารสูงสุดและแม่ทัพบก
พ.ศ.๒๔๙๐ ผู้บัญชาการทหารแห่งประเทศไทย
 
บทบาททางการเมือง
 
พ.ศ. ๒๔๗๖ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประเภท ๒
พ.ศ. ๒๔๗๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
พ.ศ. ๒๔๘๑ นายกรัฐมนตรีสมัยที่ ๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
พ.ศ. ๒๔๘๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๔๘๔ ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกในประเทศไทย จอมพล แปลก พิบูลสงคราม ให้ญี่ปุ่นเดินทัพผ่านไทย และในที่สุดได้ทำสัญญาพันธมิตรทางการทหารและเศรษฐกิจกับญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผลให้ภายหลังเมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒เสร็จสิ้นลง จอมพลแปลก พิบูลสงคราม จึงต้องตกเป็นผู้ต้องหาอาชญากรสงคราม และถูกจับกุมขังเป็นเวลาหลายเดือน
พ.ศ. ๒๔๘๕ นายกรัฐมนตรีสมัยที่ ๒รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
พ.ศ .๒๔๙๑ นายกรัฐมนตรีสมัยที่ ๓และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
พ.ศ. ๒๔๙๒ นายกรัฐมนตรีสมัยที่ ๔รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๔๙๔ นายกรัฐมนตรีสมัยที่ ๕
พ.ศ. ๒๔๙๔ นายกรัฐมนตรีสมัยที่ ๖
พ.ศ. ๒๔๙๕ นายกรัฐมนตรีสมัยที่ ๗และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
พ.ศ. ๒๔๙๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ
พ.ศ. ๒๔๙๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
พ.ศ. ๒๕๐๐ นายกรัฐมนตรีสมัยที่ ๘
 
ผลงานที่สำคัญ
 
- นโยบายสร้างชาติและการปลูกฝังความรู้สึกชาตินิยม ให้แก่ประชาชนอย่างมากมาย เช่น การเปลี่ยนชื่อประเทศสยามมาเป็นประเทศไทย การเรียกร้องดินแดนทางด้านอินโดจีนคืนจากฝรั่งเศส การปลูกฝังความนิยมไทย และการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมไทยบางอย่าง เช่น การให้สตรีเลิกนุ่งโจงกระเบนแล้วหันมาสวมกระโปรงแทน การให้ประชาชนเลิกกินหมากพลู การตั้งชื่อผู้ชายให้มีลักษณะเข้มแข็ง ผู้หญิงให้แสดงถึงความอ่อนหวาน
- การส่งเสริมการศึกษาวิชาการแก่ประชาชน โดยเฉพาะได้จัดตั้งมหาวิทยาลัยเฉพาะวิชา เช่น มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ (มหิดล) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นต้น